ในวันที่ 21 ก.ค.60 ทางด้านผู้สื่อข่าวได้มีการรายงานว่า ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้เร่งติดตามพยานที่เกี่ยวข้อง ของคดีนายวิรพล สุขผล หรือว่า เณรคำ เพื่อที่จะเตรียมนำตัวขึ้นมาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล หลังจากที่ถูกยื่นฟ้องกับข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ทั้งกระทำอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี กับฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นขั้นตอนในชั้นศาลในระหว่างโจทก์กับจำเลย ศาลได้มีการกำหนดนัดสืบพยานครั้งแรกของวันที่ 18 กันยายนนี้ และทางด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ซึ่งเป็นรองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือว่า ดีเอสไอ ก็ได้เปิดเผยว่า

กับคดีเณรคำเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้วค่ะ แต่ว่าก็ไม่ใช่ปัญหาหรือว่าอุปสรรคแต่อย่างใดเลย เพราะว่าตามกฎหมายนั้นพนักงานสอบสวนก็จะต้องทำบัญชีพยานและต้องติดตามพยานเพื่อที่จะมาเบิกความต่อศาล ซึ่งในคดีนั้นเณรคำก็นับว่าเป็นโมเดลที่สำคัญในเรื่องการประสานส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ที่ได้ทำงานร่วมกันในระหว่างที่อัยการครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากเลยค่ะ จะยึดเป็นแนวทางในการทำงานของคดีที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไปค่ะ ขณะที่ทาง นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์

ได้เผยถึงมาตรการหลังจากที่ทางด้านเณรคำก็ได้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ว่า ทางเจ้าหน้าที่จะต้องนำตัวมาทำประวัติและอยู่ในแดนแรกรับตามระเบียบของทางเรือนจำ จากการที่ได้ตรวจสุขภาพเบื้องต้นก็ได้พบว่าเณรคำนั้นมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี และก็ไม่มีอาการเจ็บป่วยเลยด้วย ในส่วนการเข้าไปเยี่ยมของญาติกับลูกศิษย์นั้นก็เป็นไปตามสิทธิของผู้ต้องขังทั่วไปค่ะ อย่างไรก็ตามนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้กำชับที่จะไม่ให้เณรคำนั้นเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนาหรือว่าการบรรยายธรรมใดๆอีกด้วยค่ะ